แสงสว่างกำลังใจ

posted on 14 Apr 2012 13:45 by jitkasame in Recommend
 

 
     
 
            คอลัมน์นี้ ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวที่เพชรบุรี เมืองขนมหวานแสนหอมอร๊อยอร่อย ได้เห็นครอบครัวของคนทำขนมถึงเขาจะไม่ได้มีมากแต่ครอบครัวเขาก็พออยู่พอกิน โดยอาศัยรับทำขนมส่งตามร้านค้า ซึ่งครอบครัวของคุณป้าเพ็ญไม่เคยที่จะห่างจากวัดเลยเพราะป้าเพ็ญถือว่าพระเป็นเครื่องสักการะที่น่านับถือมาจนชั่วกัปชั่วกัลที่ทำให้ชีวิตไม่เป็นทุกข์เพราะพระพุทธเจ้าสอนให้รู้ว่ามีอย่างไรก็ให้พอใจอย่างนั้น  สร้างสุขด้วยใจเราอยู่กับธรรมชาติหากใจเราสุขสิ่งอื่นนอกกายก็ไม่สำคัญ ป้าเพ็ญยึดหลักธรรมะไว้ข้อหนึ่งว่ามีน้อยทานน้อย ไม่เบียดเบียนคนอื่นให้ต้องลำบากแต่เราทานเท่ากำลังของเราอย่าดิ้นรนและขวานขวายให้มากเกินกำลังของตัวเองจะทำให้ทุกข์ เพราะกำลังที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจที่อยู่กับตัวเราเองว่าจะมีให้ใจเรามากแค่ไหน



เบื้องหลังการทำงาน "แสงสว่างกำลังใจ"
              ชิมขนมจนอิ่มแน่นท้อง จนเป็นกรดไหลย้อนแทบจะกินยาไม่ทัน ไม่รู้ว่าเป็นอะไรนะค่ะเวลาอยู่ต่างจังหวัดทีไร มดแมลงมันชอบกัดเหลือเกิน ไม่กัดธรรมดานะค่ะ กัดแล้วบวมมาก และเจ็บ

สัมภาษณ์อาจารย์ฟ้าลิขิต สายโท

                      เป็นคอลัมน์ที่สัมภาษณ์อาจารย์ฟ้าลิขิต ในเรื่องของความสำเร็จของการใช้จิตเป็นสื่อทางใจพร้อมจดจ่ออยู่กับสมาธิ เพื่อนำพาไปสู่ความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาทุกคนก็ทำได้ค่ะดิฉันเชื่อ   สิ่งต่าง ๆ ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายล้วนมีความไม่จีรังยั่งยืน มีความเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอด เราเองก็ไม่ควรนำจิตใจไปยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งเหล่านั้นมาก ความเข้าใจในสิ่งนั้นๆ ย่อมเกิดมีขึ้น เมื่อนั้นความทุกข์ที่มีอยู่ในจิตใจก็จะทุเลาเบาบางลง สมาธิจิตก็จะค่อย ๆ เกิดมีขึ้นเอง..... จิตของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ความสุขและทุกข์ทั้งหลายของมนุษย์เรานั้นก็ล้วนแล้วแต่มาจากจิตจากใจเป็นประธาน การที่คนเรานั้นมีความทุกข์ย่อมทำให้จิตใจของเรานั้นเศร้าหมอง หดหู่ใจ คิดไปด้วยเรื่องต่าง ๆ นานา สมาธิจิตของเราในขณะนั้นย่อมไม่สามารถจะเกิดมีขึ้นได้ การสะสมของจิตในขณะที่มีตัวทุกข์เข้ามาปรุงแต่ง จนกลายเป็นความรู้สึกที่สะสมอยู่ในใจ เราเรียกว่า "จิตใต้สำนึก" เมื่อสภาวะของจิตใต้สำนึกนั้นถูกกดดันและสะสมด้วยความทุกข์ในช่วงเวลานั้น ๆ ย่อมสามารถที่จะส่งผลเกิดเป็นอาการไปได้ทั้งในขณะหลับและในขณะตื่น เช่น ขณะตื่นก็เป็นสภาวะจิตที่หดหู่ เศร้าหมอง เคร่งเครียด มองหาหนทางแห่งการแก้ไขปัญหาไม่ถูก ทั้งอาจจะมีภาวะของการสับสน เป็นต้น ส่วนในขณะหลับก็อาจจะมีอาการฝันร้าย นอนไม่เป็นสุข ถึงขั้นอาจจะรู้สึกเหมือนตนเองมีภาวะของการดับสูญของชีวิต ซึ่งความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่น ย่อมเกิดมาจากจิตใจของเราที่เก็บสะสมความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งสิ้น พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราหมั่นเจริญสติ เพราะสติคือการระลึกรู้นั้น จะเป็นที่พึ่งให้กับจิตใจของเราได้ เมื่อจิตใจมนุษย์สามารถมีสติและปัญญาเป็นเครื่องชี้นำ สภาวะของจิตมนุษย์ผู้นั้นก็จะเบิกบาน แจ่มใส อารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งในยามตื่นและยามหลับย่อมจะเป็นสุข จึงเห็นควรหมั่นควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกของจิตใจตน ด้วยสติเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาถูกต้องให้ดีและถ่องแท้

 

 

เบื้องหลังการทำงาน "จิตใต้สำนึกกับความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา" 

               อยากจะบอกว่าคอลัมน์นี้น่าตื่นเต้นอีกคอลัมน์ค่ะ คือเราได้ใกล้ชิดผู้มีญาณอีกคนแล้ว แต่กว่าจะสัมภาษณ์ได้ต้องรอให้อาจารย์ว่างจากการเปิดกรรมเสร็จก่อนค่ะคนไปรอคิวเปิดกรรมเยอะมากค่ะ ไปตั้งแต่เช้าแต่ได้สัมภาษณ์ตอนเย็นสุดยอดมากค่ะนั่งรอแบบว่าง่วงหนาวหาวนอนค่ะจะหลับหลายรอบค่ะไปตอนเช้ารถก็ติดการเดินทางไกลมากค่ะไปบางกะปิเลยค่ะตอนกลับรถก็ยิ่งติดมากค่ะเอาเป็นว่าเราต้องนอนบนรถจนกว่าจะถึงบ้านค่ะ พูดได้คำเดียวว่าเหนื่อยสุด ๆ ค่ะ 

หนังสือดีส่องธรรม

posted on 14 Apr 2012 02:48 by jitkasame in Recommend

 

               สำหรับคอลัมน์นี้อยากบอกและเล่าต่อค่ะว่าหนังสือสองเล่มนี้ดีจริง ๆ ค่ะหากใครได้อ่านหรือมีเก็บไว้แล้วละก็จะดีมาก ตัวของดิฉันเองก็ยังไม่ได้อ่านหรอกนะแต่แม่ของดิฉันอ่านแล้วบอกว่าดีมากเลยอ่านแล้วทำให้จิตใจเรารู้สึกสบายใจมากเลย อ่านแล้วเราไม่เครียดแถมมีบางครั้งเราก็ขำได้สบาย คือเอาง่าย ๆ แม่ดิฉันบอกว่าเป็นหนังสืออ่านแล้วเราปล่อยวางแล้วทำให้เราหันมาสนใจกับการอ่านหนังสือทั้งสองเล่มอย่างตั้งใจเพราะหนังสือได้สอนให้เราเข้าใจอะไรหลายอย่างบ้างบางสิ่งบางอย่างเราอยากรู้อยากเห็นแต่หนังสือสองเล่มนี้กับสอนให้ปล่อยวางจากทุกสิ่งอย่างมากกว่า ไม่จำเป็นจะต้องรู้ในสิ่งที่อยากรู้และไม่จำเป็นต้องเห็นในสิ่งที่อยากเห็น เพียงแค่เราไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มันมาก็เป็นพอแต่เราควรหันมาใส่ใจในตัวของเราให้มาก ๆ ทำให้จิตใจเราเป็นสุขอยู่ทุกวันก็เป็นพอ…..

  

เบื้องหลังการทำงาน  "หนังสือดีส่องธรรม" 

            คอลัมน์นี้ไม่ค่อยยากอะไรแต่กว่าจะได้คำพูดของแม่ก็นานมาก เพราะว่าแม่เป็นคนแม่คอยพูต้องถามแม่ว่าหนังสือเป็นยังไงรอคำตอบแทบจะทั้งวัน ไม่ต้องเป็นอันไปไหนเลยต้องรอให้แม่ตอบ มีบ้างที่เริ่มหงุดหงิดที่ต้องนั่งคอยทั้งวันจนไม่ต้องทำอะไร แต่ไม่มีปัญหาอะไรมากค่ะแค่จะทะเลาะกับแม่เมื่อไหร่จะพูดว่าหนังสือเป็นไงจะได้เขียนคอลัมน์แนะนำหนังสือถูก เพราตัวดิฉันไม่มีเวลาอ่านค่ะ