ใจมีแสงธรรม

posted on 14 Apr 2012 02:15 by jitkasame in Knowledge
 

สัมภาษณ์ ลิลณี จงสถาพรพิทักษ์ (ยุ้ย)

            เป็นคอลัมน์ที่ทำการสัมภาษณ์สบายมากค่ะพี่ยุ้ยใจดีมากที่สุดได้ธรรมะมาเติมเต็มเพียบค่ะ ไม่จดจ้องพิรี้พิไร ขอเพียงว่า...ให้มีแต่... สติเป็นกลางวางเฉย (อุเบกขา)ไม่เอนเอียง ไม่แทรกแซง โดยการไปคิดนึกปรุงแต่งที่จะเกิดสืบต่อไปอีกเท่านั้นเห็นธรรมใด(เวทนา จิต หรือกาย หรือธรรม)ก่อน ก็ปฏิบัติธรรมนั้น ... เพราะสังขารบางอย่างก็เห็นเวทนา(ความรู้สึกรับรู้ที่เกิดขึ้นจากการกระทบผัสสะ)ได้ง่าย บางอย่างก็เห็นจิตสังขาร(คิด)ได้ง่าย นอกจากธรรมทั้ง 2 แล้วก็สามารถ...เห็นกายโดยการรำลึก หรือเมื่อประสบพบอะไรบางอย่างในขณะดำเนินชีวิตหรือ เห็นธรรม(ธรรมานุปัสสนา) อันอาจผุดขึ้นมา หรือพิจารณาธรรมที่สงสัยอันก่อให้เกิด...ภูมิรู้อันอาจบังเกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตประจำวัน ...ดังนั้น !!!...เห็นธรรมใดก่อน(กาย เวทนา จิต ธรรม) ก็ปฏิบัติธรรมนั้น เพราะว่า... ล้วนแล้วแต่เป็นคุณในการปฏิบัติ เพื่อ การดับไปแห่งทุกข์ทั้งสิ้น เป็นการฝึกสติให้เป็น มหาสติ ซึ่งเป็นไปตามหลักสติปัฏฐาน 4 หรือแนวทางปฏิจจสมุปบาทนั่นเอง โดยเฉพาะกายแห่งตนอันเป็นที่หวงแหนยิ่งโดยไม่รู้ตัว ... หรือ ...การที่สติตามดูรู้อริยาบถการเคลื่อนไหวของกาย เพื่อเป็นเครื่องอยู่ของจิต จิต...จะได้ไม่ส่งออกไปคิดนึกปรุงแต่งให้เกิดทุกข์ แต่ต้องอย่างมีสติ ไม่ใช่ปล่อยให้เลื่อนไหลสู่ภวังค์ หรือ องค์ฌาน สมาธิอันความคิดเยี่ยงนี้เป็นคุณอย่างยิ่งยวด จึงมิจำเป็นต้องอุเบกขา ...ขณะที่ขบคิดปัญหา หรือ แว๊บในข้อธรรมบางประการขึ้นมา หรือหาเหตุหาผลในข้อธรรมต่างที่ผุดขึ้น(ธรรมวิจยะ)ในชีวิตประจำวันด้วยตนเองนั้นก็เป็น ธรรมานุปัสสนาอย่างถูกต้องดีงาม ธรรมต่างๆที่กล่าวในสติปัฏฐานนั้นเป็นเพียงตัวอย่าง หรือหัวข้อแนะให้พิจารณา ดังนั้น !!!...การพิจารณาปฏิจจสมุปบาทอันเป็นมงกุฎแห่งธรรมหรือธรรมะอันถูกต้องดีงามทั้งหลาย ขณะที่เกิดหรือสังเกตุเห็นขึ้นในชีวิตประจำวัน หรือขณะว่างๆตอนใดก็ได้ ล้วนเป็นการปฏิบัติธรรมานุปัสสนาอันถูกต้องดีงาม ไม่ต้องปฏิบัติตามรูปแบบ หรือขณะปฏิบัติสมาธิแต่อย่างใด " การปฏิบัติตามความเข้าใจในหลักธรรมปฏิจจสมุปบาทในชีวิตประจําวัน หรือ ก็คือการปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน4 หรือ อริยสัจ " นั่นเอง...แต่...ต้องมีความเข้าใจตามสภาวะธรรม เพราะแท้จริงก็คือ แก่น หรือ แกนแห่งธรรมเดียวกัน

เบื้องหลังการทำงาน "ใจมีแสงธรรม" 

     คอลัมน์นี้เป็นคอลัมน์สัมภาษณ์สบายมากค่ะเพราะดิฉันเคยรู้จักมักคุ้นกับรุ่นพี่มาก่อนหน้านี้คือเคยไปปฎิบัติธรรมด้วยกันค่ะ เคยกินเคยนอนด้วยกันเลยมีความรู้สึกสบายมากค่ะในการสัมภาษณ์พี่ยุ้ยเป็นกันเองมากค่ะ คุยดีและคุยกันได้เรื่อย ๆ ไม่รู้เบื่อค่ะแต่กว่าดิฉันจะเรียบเรียงคำพูดที่ถอดมาจากการอัดนั้นลำบากมากค่ะ เพราะต้องกดและหยุดหลายรอบค่ะกว่าจะเรียบเรียงเสร็จเหนื่อยมากค่ะ รู้สึกว่าการไปสัมภาษณ์ต้องหอบสังขารณ์ไปถึงสุขุมวิทค่ะไปไม่ถูกด้วยนั่งรถไฟฟ้าเล่นสนุกมากค่ะกลับไปกลับมาเอาง่าย ๆ หลงค่ะกว่าจะถึงนานนะค่ะกงว่าจะได้สัมภาษณ์จากตอนแรกยิ้มกลายเป็นหน้าเหมือนพึ่งตื่นค่ะแต่สนุกค่ะเหนื่อยมากกว่าจะกลับมามหาลัยก็ปาไปห้าโมงเย็นค่ะ ไม่ไหวขอตัวนอนค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet