ธรรมใจสุขธรรม

posted on 14 Apr 2012 01:31 by jitkasame in Interview

        สัมภาษณ์กิตติภล อัศวสุวรรณกิจ

                 บนโลกใบนี้เป็นเเค่ชั่วคราวทั้งสิ้น ไม่มีใครเป็นอะไร ได้อะไร มาเพราะมีเหตุ มาพบกันก็เพียงชั่วครู่
ที่สุดของการพบไม่ว่าสถานะใดก็ตามจบเหตุก็ต่างคนต่างไปตามภพภูมิจากเหตุที่ได้กระทำขึ้น ถ้าพบสิ่งที่ดีมีความสุขนั่นคือกุศลกรรม ถ้าทุกข์เมื่อไรนั่นคือบาปอกุศลกำลังให้ผล เเต่ทุกสรรพสิ่งเกิดเเล้วดับตามกฎของไตรลักษณ์ ยอมรับเดี๋ยวก็จบ ไม่ต้องไปทุกข์อะไรมากมายเจริญสติเพื่อเกิดปัญญา  เมื่อรู้ความเป็นจริงจะไม่ต้องเสียใจกับสิ่งใดๆทั้งสิ้นเพราะล้วนเป็นสิ่งที่เรากระทำมาเเล้วทั้งสิ้นอย่าไปกล่าวเพ่งโทษใครนะครับ จะเป็นบาปครับ อย่าไปหวั่นไหวกับอารมณ์ต่างๆฝึกจิตจนรับได้กับทุกสภาวะ   พยายามเเก้ไขจุดบกพร่องของชีวิต เมื่อเราทำความดีบริบูรณ์ ทุกอย่างที่บกพร่องจะเต็มไปเองไม่ต้องคิดปรุงเเต่งไม่มีทางเป็นไปได้ถ้าไม่ได้สร้างเหตุที่ดีมา เราทุกคนคือผู้เดินทางในสังสารวัฏมาโลกนี้ชั่วคราวครับ อย่าไปยึดเป็นนั่นนี่จะสร้างทุกข์ให้ตนเอง เวลาก็มีไม่มากอย่าไปหลงเลย เราเกิดมาเพราะความหลงกี่ภพชาติเเล้ว มีเเต่ทุกข์ ร้องไห้ พิไรรำพัน เพราะหลงให้ค่าให้ความหมายรัก ชัง ชอบ ไม่จบไม่สิ้นวันๆหนึ่งก็มีเเต่โลภะ โทสะ โมหะ เเปรปรวนไปตามอารมณ์ ไปสร้างภพให้ยาวไกลไปอีก ไม่ต้องไปเร่าร้อนตะเกียกตะกายเพราะไม่นานนักสิ่งที่วิบัติของทุกชีวิตคือตายทุกคน เเล้วเขาเหล่านั้นเอาอะไรติดตัวไป ร่างก็ยังไม่ใช่ของเรา เเล้วคนอื่นเล่าเราจะเป็นของเราได้อย่างไร จะไปแย่งชิงเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอะไร ก่อนตายยิ่งไม่เคยฝึกจิตก็ตะเกียกตะกาย เพราะไม่มีสติที่พึงระลึกได้ก็ไปสู่ทุคติภูมิชีวิตมีเท่านี้เอง..... ครับ

 

 

เบื้องหลังการทำงาน "ธรรมใจสุขธรรม" 

          คือต้องตามพี่โจ้ไปถึงวัดป่าที่วังน้ำเขียวค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่ได้สัมภาษณ์ค่ะ พี่เขาจะไปต่างประเทศค่ะเลยต้องตามค่ะ เพื่อไม่ให้เสียคำพูดคือติดต่อเขาไว้แล้วค่ะ ก็แค่เหนื่อยกับการเดินทางค่ะแล้วก็ไกลค่ะ

Comment

Comment:

Tweet